คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช่า VPS และ Dedicated Server

หาคำตอบสำหรับคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ BearVPS

เกี่ยวกับ VPS และบริการ

VPS (Virtual Private Server) คือเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่แบ่งออกจากเซิร์ฟเวอร์จริง 1 เครื่อง โดยแต่ละ VPS จะมี resources ที่เป็นของตัวเอง เช่น CPU, RAM, Storage และ IP Address ทำให้คุณสามารถติดตั้งและใช้งานได้เหมือนมีเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเอง VPS ของ BearVPS ทุกเครื่องเป็น Windows เข้าใช้งานผ่าน Remote Desktop (RDP) ถ้าต้องการเครื่องจริงทั้งเครื่องที่ไม่แชร์ทรัพยากรกับใคร ดูที่ Dedicated Server

BearVPS เน้นความคุ้มค่าและระบบจัดการที่ใช้งานง่าย เครื่องทุกตัววางอยู่ในประเทศไทยที่ศูนย์ข้อมูลของ Rebirthz VPS ทุกแพลนได้ DDoS Protection (Firewall BY Rebirthz VPS) โดยไม่คิดเพิ่ม VPS สร้างให้อัตโนมัติหลังชำระเงิน ปกติไม่เกิน 15 นาที มีระบบ Point ที่เติมเงินและตรวจสลิปให้อัตโนมัติ และมีทีมงานซัพพอร์ต 24/7 ข้อมูลผู้ให้บริการและการจดทะเบียน DBD อ่านได้ที่หน้า เกี่ยวกับเรา

VPS เหมาะกับนักพัฒนา ธุรกิจ SME คนที่ต้องการโฮสต์เว็บไซต์ ทำ Application Server เปิดเซิร์ฟเวอร์เกม หรือรันโปรแกรมทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้างานเน้นเก็บข้อมูลเยอะ เช่น ฐานข้อมูลหรือไฟล์สำรอง เลือก VPS HDD ถ้าเน้นความเร็ว เช่น เกมหรือเว็บไซต์ เลือก VPS SSD ถ้าจะรัน EA บน MT4 / MT5 ดูที่ VPS Forex และถ้าต้องการเครื่องจริงทั้งเครื่อง ดูที่ Dedicated Server

BearVPS ไม่ได้จัดให้มีการสำรองข้อมูล (Backup) โดยอัตโนมัติ ผู้เช่ามีหน้าที่และความรับผิดชอบในการสำรองข้อมูลของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และควรเก็บไฟล์สำรองไว้นอก VPS ทั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงการใช้งาน หัวข้อ "การสำรองข้อมูล"

การสมัครและการชำระเงิน

1. คลิก "สมัครฟรี" ที่หน้าเว็บไซต์
2. กรอกอีเมลและรหัสผ่าน
3. ยืนยันอีเมล
4. เติมเงินเข้าระบบ Point
5. เลือกแพลน VPS ที่ต้องการ
6. ชำระเงินด้วย Point ที่มีอยู่

Point คือเครดิตในระบบของ BearVPS โดย 1 Point = 1 บาท คุณต้องเติมเงินเข้าเป็น Point ก่อน จึงจะสามารถเช่า VPS ได้ ระบบนี้ช่วยให้การชำระเงินและต่ออายุทำได้สะดวกรวดเร็ว

1. เข้าสู่ระบบ
2. ไปที่เมนู "เติมเงิน"
3. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการเติม
4. โอนเงินเข้าบัญชีที่ระบุ หรือสแกน QR Code
5. อัปโหลดสลิป
6. ระบบจะตรวจสอบอัตโนมัติผ่าน EasySlip API
7. Point จะเพิ่มภายใน 1-5 นาที

รับชำระผ่านโอนเงินธนาคาร (ธนาคารไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, กรุงเทพ) และ QR Payment PromptPay ระบบจะตรวจสอบสลิปอัตโนมัติ ไม่ต้องรอแอดมินยืนยัน

ไม่มีค่าธรรมเนียมในการเติม Point ทุกบาทที่คุณโอนจะถูกแปลงเป็น Point เต็มจำนวน

Point ไม่มีวันหมดอายุ คุณสามารถเก็บไว้ใช้ได้ตลอดไป

ตามนโยบายของเรา Point ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดหรือโอนคืนได้ แต่สามารถใช้เช่า VPS และบริการอื่น ๆ ภายในระบบได้ตลอดเวลา

การเช่าและการต่ออายุ

VPS เช่าขั้นต่ำ 7 วัน รอบที่เปิดให้เลือกคือ 7 / 15 / 30 วัน แต่รอบสั้นเปิดเฉพาะบางแพลน ส่วน Dedicated Server เช่ารายเดือน และบางเครื่องเลือกรอบ 15 วันได้ ดูได้ในหน้าสั่งเช่าว่าแพลนไหนเปิดรอบไหนบ้าง ราคารอบสั้นระบบคำนวณให้ตอนสั่งเช่า ถ้าต้องการเช่ารายปี ทักแอดมินที่เพจ Facebook ได้

1. เข้าสู่ระบบและเติม Point
2. เลือกแพลน VPS ที่ต้องการ (แพลนที่เปิดหลายรอบจะให้เลือกระยะเวลาเช่าด้วย)
3. คลิก "เช่าเลย"
4. ระบบจะหัก Point อัตโนมัติ
5. ระบบติดตั้ง VPS ให้อัตโนมัติ ปกติไม่เกิน 15 นาที
6. รับข้อมูล IP, Username, Password ทาง Email และ Dashboard

ระบบติดตั้ง VPS ให้อัตโนมัติหลังชำระเงิน ปกติพร้อมใช้งานภายในไม่เกิน 15 นาที ส่วน Dedicated Server เป็นเครื่องจริง ทีมงานเตรียมเครื่องให้ภายใน 1-24 ชั่วโมง

1. เข้าสู่ Dashboard
2. ไปที่ "บริการของฉัน"
3. เลือก VPS ที่ต้องการต่ออายุ
4. คลิก "ต่ออายุ"
5. ระบบต่ออายุให้เท่ากับรอบที่เลือกไว้ตอนเช่า
6. ระบบจะหัก Point อัตโนมัติ

เมื่อ VPS เลยวันหมดอายุ:
- วันที่ 1: VPS จะถูกระงับการใช้งาน (Suspend)
- วันที่ 2: VPS จะถูกลบถาวร

แนะนำให้ต่ออายุก่อนหมดอายุ 2 วันเพื่อไม่ให้ขาดการให้บริการ

สามารถ Upgrade แพลนได้ตลอดเวลา โดยจ่ายส่วนต่างเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถ Downgrade ได้ หากต้องการใช้แพลนที่เล็กกว่า ควรเช่าใหม่

ไม่จำกัดจำนวน คุณสามารถเช่า VPS ได้หลายเครื่องพร้อมกันตามความต้องการ

การใช้งาน VPS

ใช้ได้เฉพาะ Windows เลือกรุ่นได้ตอนสร้าง VPS ได้แก่ Windows Server 2012 R2 / 2016 / 2019 / 2022 และ Windows 10 Pro ตอนนี้ยังไม่มี Linux และถ้าอยากเปลี่ยนรุ่นทีหลัง ติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่เองได้จากแดชบอร์ด (ข้อมูลเดิมในเครื่องจะถูกล้าง ควรสำรองไว้ก่อน)

รุ่นที่ยังได้อัปเดตความปลอดภัยจาก Microsoft: Windows Server 2016 (ถึง ม.ค. 2027), 2019 (ถึง ม.ค. 2029), 2022 (ถึง ต.ค. 2031)
หมดระยะซัพพอร์ตแล้ว: Windows Server 2012 R2 (หมดเมื่อ ต.ค. 2023) และ Windows 10 Pro (หมดเมื่อ ต.ค. 2025) ไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัยตามปกติแล้ว ใช้เฉพาะกับโปรแกรมเก่าที่ต้องใช้รุ่นนั้นจริง ๆ

ถ้าเปิดเครื่องใหม่ แนะนำ Windows Server 2022

ใช้ Remote Desktop (RDP):
1. กด Windows + R
2. พิมพ์ mstsc
3. ใส่ IP Address ของ VPS
4. ใส่ Username และ Password ที่ได้รับ
5. คลิก Connect

บน Mac, iPhone/iPad และ Android ใช้แอป Windows App ของ Microsoft (ชื่อเดิม Microsoft Remote Desktop) ดาวน์โหลดได้จาก App Store หรือ Google Play ดูขั้นตอนแบบมีรายละเอียดได้ที่ วิธีเชื่อมต่อ VPS Windows ผ่าน Remote Desktop

กด Reset Password ของ VPS เครื่องที่ต้องการในแดชบอร์ด แล้วจะได้รหัสผ่านใหม่สำหรับเข้า VPS ทันที

คุณมีสิทธิ์ Administrator เต็มรูปแบบ สามารถติดตั้งโปรแกรมใดก็ได้ที่ถูกกฎหมาย เช่น Web Server (IIS, Apache), Database (MySQL, MSSQL), Application, Game Server เป็นต้น ยกเว้นการใช้งานที่ข้อตกลงการใช้งานห้ามไว้ เช่น VPN Server และ Media Streaming Server อย่าง Plex, Emby, Jellyfin

คุณจะได้รับสิทธิ์ Administrator เต็มรูปแบบ สามารถจัดการและติดตั้งโปรแกรมได้เองทั้งหมด

ได้ ถ้าใช้ Windows Server 2016 ขึ้นไปหรือ Windows 10 จะมี Microsoft Defender Antivirus (ชื่อเดิม Windows Defender) ติดมาให้อยู่แล้ว แนะนำให้เปิดไว้ตลอด ส่วน Windows Server 2012 R2 ไม่มีมาให้ ต้องติดตั้ง Antivirus เอง และไม่ว่ารุ่นไหนก็ติดตั้ง Antivirus ตัวอื่นแทน Defender ได้

ขณะนี้รองรับเฉพาะ IPv4 การรองรับ IPv6 จะเปิดให้บริการในอนาคต

ปัญหาที่พบบ่อย

1. เปิด Task Manager (Ctrl + Shift + Esc) ดูว่าโปรแกรมไหนใช้ CPU และ RAM สูง
2. ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็น
3. ตรวจสอบว่ามี Windows Update กำลังทำงานหรือไม่
4. Restart VPS
5. หากยังช้าอยู่ ลองเปลี่ยนแพลนที่ใหญ่กว่า

ดูวิธีแก้เพิ่มเติมได้ที่ แก้ปัญหา VPS Windows ที่พบบ่อย

1. ตรวจสอบ IP Address, Username และ Password ให้ถูกต้อง
2. เช็กในแดชบอร์ดว่า VPS ยังเปิดอยู่และยังไม่หมดอายุ
3. ตรวจสอบ Internet connection ฝั่งคุณ
4. ลอง Ping IP Address ถ้า Ping ไม่ตอบ ไม่ได้แปลว่าเครื่องล่มเสมอไป เพราะ Windows Firewall อาจบล็อก Ping (ICMP) ไว้ ให้ดูสถานะในแดชบอร์ดเป็นหลัก
5. ถ้าเคยเปลี่ยนพอร์ต RDP ไว้ ต้องใส่พอร์ตต่อท้าย IP ด้วย (IP:พอร์ต)
6. ตรวจสอบว่า Firewall บนเครื่องหรือเครือข่ายฝั่งคุณไม่ได้บล็อกการเชื่อมต่อ
7. ติดต่อ Support หากยังไม่ได้

ดูขั้นตอนเชื่อมต่อทีละขั้นได้ที่ วิธีเชื่อมต่อ VPS Windows ผ่าน Remote Desktop

1. ตรวจสอบสถานะผ่าน Dashboard
2. ลอง Ping IP Address (ถ้าไม่ตอบ อาจเป็นเพราะ Windows Firewall บล็อก Ping ไว้ ไม่ได้แปลว่าเครื่องดับเสมอไป)
3. รอ 5-10 นาที (อาจกำลัง Restart)
4. แจ้งทีมงานผ่าน Facebook

ทีมงานจะตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา และไม่ถือเป็นข้อผูกพันตามสัญญา

1. ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น
2. รัน Disk Cleanup
3. ลบ Temp files
4. ลบ Windows Update files เก่า
5. หากยังเต็มอยู่ ควร Upgrade Storage

ดูวิธีเพิ่มเติมได้ที่ แก้ปัญหา VPS Windows ที่พบบ่อย

VPS ทุกแพลนมี DDoS Protection พื้นฐานจาก Firewall BY Rebirthz VPS แต่หากโจมตีหนักมาก:
1. แจ้งทีมงานทันที
2. ระบบจะเปิด Advanced DDoS Protection
3. อาจมีการ Null Route IP ชั่วคราว
4. ทีมงานจะประสานงานแก้ไข

BearVPS ไม่ได้จัดเก็บสำเนาข้อมูลของผู้เช่าไว้ จึงไม่สามารถกู้คืนข้อมูลที่สูญหายให้ได้ ผู้เช่าจึงควรสำรองข้อมูลสำคัญด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และเก็บไฟล์สำรองไว้นอก VPS ตามข้อตกลงการใช้งาน หัวข้อ "การสำรองข้อมูล"

ความปลอดภัย

BearVPS มีมาตรการรักษาความปลอดภัยหลายระดับ:
- DDoS Protection
- Firewall
- SSL/TLS Encryption
- Isolated Environment
- 24/7 Monitoring

แต่ความปลอดภัยของ VPS ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของคุณด้วย

1. เปลี่ยนรหัสผ่านทันทีหลังได้รับ VPS
2. ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง (12+ ตัวอักษร)
3. จะเปลี่ยน RDP Port จาก 3389 ต้องทำตามลำดับ: ทักทีมงานทางเพจ Facebook ก่อนว่าพอร์ตใหม่ผ่าน Firewall กันยิงได้ไหม แล้วเพิ่มกฎ Windows Firewall ให้พอร์ตใหม่ จากนั้นค่อยเปลี่ยนพอร์ต ถ้าสลับลำดับจะเข้าเครื่องตัวเองไม่ได้
4. เปิดใช้งาน Windows Firewall
5. ติดตั้ง Antivirus
6. อัปเดต Windows เป็นประจำ
7. จำกัด IP ที่เข้าถึง RDP ได้

ดูคู่มือเพิ่มเติมที่ Security Best Practices สำหรับ Windows VPS และ การตั้งค่า Windows Firewall สำหรับ VPS

ข้อมูลทั้งหมดถูกเข้ารหัสและจัดเก็บอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เราไม่แชร์ข้อมูลลูกค้าให้กับบุคคลที่สาม ยกเว้นกรณีที่กฎหมายกำหนด

1. แจ้งทีมงานทันที
2. เปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมด
3. สแกนหา Malware
4. ตรวจสอบ Log files
5. Restore จากไฟล์สำรองที่คุณจัดเก็บไว้เอง
6. ตั้งค่า Security ใหม่

ทีมงานจะช่วยประเมินและแนะนำการแก้ไข

การสนับสนุน

- Facebook: Bear VPS (แนะนำช่องทางนี้ ทีมงานเห็นเร็วที่สุด)
- Email: [email protected]

BearVPS ไม่มีเบอร์โทรศัพท์และไม่มี LINE Official สำหรับซัพพอร์ต ถ้ามีคนติดต่อผ่านช่องทางอื่นในนาม BearVPS ให้ทักถามที่เพจก่อนทุกครั้ง

ทีมงานจะพยายามตอบกลับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่แจ้งเข้ามา ความซับซ้อนของปัญหา และปริมาณงานในขณะนั้น กรณีเร่งด่วนแนะนำให้ทักผ่านเพจ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่ทีมงานเห็นเร็วที่สุด

หมายเหตุ: ระยะเวลาในการตอบกลับเป็นเพียงการประมาณการ ไม่ถือเป็นการรับประกันหรือข้อผูกพันตามสัญญา

มีค่ะ เรามีศูนย์ความรู้ที่รวบรวมคู่มือและบทความการใช้งาน VPS Windows ครบถ้วน สามารถเข้าดูได้ที่เมนู "ศูนย์ความรู้"

ทีม Support ให้คำแนะนำและแนวทางการติดตั้งฟรี แต่การติดตั้งโปรแกรมเฉพาะทาง (เช่น Application ซับซ้อน) อาจมีค่าบริการเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ค่ะ

ไม่พบคำตอบที่ต้องการ?

ทีมงานพร้อมให้บริการตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง

ติดต่อทีมงาน
ติดต่อแอดมิน